Investor Relations

Driven by Passion

SET Symbol RS
Last Done 18.40 THB
Change +0.30
% Change 1.66%
Volume 4,690,900
Day's Range 18.20 - 18.60
52 Weeks' Range 8.40 - 20.40
Updated 25 Sep 2020 16:39

IR Sharing

หากคุณชอบความเสี่ยงน้อย รับผลตอบแทนแน่นอน…ตราสารหนี้ หรือ Bond คือคำตอบ

“หากคุณชอบความเสี่ยงน้อย รับผลตอบแทนแน่นอน…ตราสารหนี้ หรือ Bond คือคำตอบ”

“ทำความรู้จักกับ Bond”

Bond หรือ ตราสารหนี้ คือ ตราสารทางการเงินที่ผู้ออกมีสถานะเป็นลูกหนี้ และผู้ลงทุนมีสถานะเป็นเจ้าหนี้ โดยได้รับผลตอบแทนในรูปแบบของ “ดอกเบี้ย” อย่างสม่ำเสมอตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ และได้รับ “เงินต้น” คืนเมื่อครบกำหนดอายุ ซึ่งตราสารหนี้ที่ออกมาจะมีชื่อที่เรียกแตกต่างกันไปตามผู้ออกตราสารหนี้ เช่น ตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล หรือหุ้นกู้เอกชน เป็นต้น

“6 เหตุผลที่ควรลงทุนใน BOND”

  1. ระยะเวลา ลงทุนสั้นหรือยาวก็ได้ เพราะตราสารหนี้มีอายุตั้งแต่ 1 วัน ไปจนถึง 20 ปีหรือมากกว่า ระดับความเสี่ยงจึงมีหลากหลาย ผู้ลงทุนสามารถเลือกได้ตามต้องการ ให้เหมาะสมกับวิถีชีวิตในแต่ละช่วงของตนเอง
  2. รายได้คงที่ เป็นแหล่งรายได้ประจำและสม่ำเสมอ เพราะได้รับผลตอบแทนในรูปแบบดอกเบี้ยเป็นงวดๆ ตามที่ระบุไว้บนหน้าตั๋ว เหมาะกับผู้ลงทุนที่ต้องการรายได้แน่นอน สม่ำเสมอ สามารถวางแผนล่วงหน้าทางการเงินได้ง่าย
  3. อัตราผลตอบแทนหรือ Yield ดี ผลตอบแทนสูงกว่าการฝากเงิน เช่น พันธบัตรรัฐบาลมีความเสี่ยงต่ำ แต่ยังคงให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากทั่วไป
  4. ลำดับสิทธิ สิทธิสูงกว่าหุ้นสามัญ เพราะผู้ลงทุนในตราสารหนี้มีฐานะเป็น “เจ้าหนี้” ขณะที่ผู้ลงทุนในหุ้นสามัญมีฐานะเป็น “เจ้าของ” ดังนั้น เจ้าหนี้จึงมีสิทธิได้รับเงินคืนก่อนเจ้าของเสมอ
  5. การกระจายความเสี่ยง ด้วยการลงทุนที่หลากหลาย เพราะราคาและผลตอบแทนจากตราสารหนี้ โดยปกติแล้วจะเคลื่อนไหวในทิศทางตรงข้ามกับหุ้น จึงช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมได้เป็นอย่างดี การจำหน่ายก่อนครบกำหนด ผู้ลงทุนสามารถขายตราสารหนี้ก่อนครบกำหนดได้ ซึ่งสภาพคล่องการซื้อขายอาจแตกต่างกันไปตามปริมาณและประเภทของตราสารหนี้นั้นๆ

ที่มา : ห้องเรียนนักลงทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

“แล้วทำไมบอนด์ยีลด์ หรืออัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ในช่วงที่ผ่านมาถึงลดลง”

จากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและเป็นสัญญาณของตลาดที่บอกถึงการคาดการณ์การลดดอกเบี้ย นักลงทุนมีความกังวลต่อสถานการณ์โควิด ที่ส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจทั่วโลก รวมถึงเศรษฐกิจจีนที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก และส่งผลต่อภาคการท่องเที่ยว ตามการหายไปของนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งเป็นชนชาติหลักที่เดินทางไปทั่วโลก และผลกระทบทางอ้อม ที่ภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ต้องปิดตัวลง

นักลงทุนจึงมองหาการลงทุนในสินทรัพย์ที่ปลอดภัย เช่น พันธบัตรรัฐบาล ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล หรือบอนด์ยีลด์ ในหลายประเทศปรับตัวลดลงอย่างมาก (เมื่อมีความต้องการมาก นักลงทุนสามารถยอมรับผลตอบแทนที่น้อยลงได้)โดยเฉพาะบอนด์ยีลด์รุ่นอายุ 10 ปีที่ปรับตัวลดลงมาก ทำให้ส่วนต่างของบอนด์ยีลด์อายุ 3 เดือนกับ 10 ปีแคบลง ซึ่งแสดงถึงการคาดการณ์การอ่อนตัวลงของเศรษฐกิจทั่วโลก และการคาดการณ์การลดดอกเบี้ย

“ควรลงทุนอย่างไร ในสถานการณ์ที่บอนด์ยีลด์ต่ำ”

นักลงทุนควรคำนึงถึงการมีสภาพคล่องที่เพียงพอเป็นสิ่งสำคัญ การถือเงินสด หรือการลงทุนตราสารหนี้ระยะสั้น อาจช่วยลดความเสี่ยงได้

อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์ว่าช่วงครึ่งปีหลัง เศรษฐกิจโลกจะเริ่มฟื้นตัว และธนาคารกลางทั่วโลกจะอัดเม็ดเงินเพิ่มสภาพคล่องของตลาดเงิน ซึ่งนักลงทุนที่รับความเสี่ยงสูงได้อาจจะกระจายพอร์ตการลงทุน โดยการเข้าซื้อตราสารหนี้ประเภท High Yield Bond หรือตราสารหนี้ประเภทอื่น ที่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้น แต่ควรคำนึงถึงเครดิตและความเสี่ยงในการผิดนัดชำระของผู้ออกตราสารหนี้เป็นสำคัญ


ในช่วงที่ผ่านมา นักลงทุนมีความกังวลเรื่องการผิดนัดชำระหนี้จากภาคเอกชน เนื่องจากทั้งสถานการณ์โควิด และภาวะถดถอยของเศรษฐกิจโดยรวม สำหรับ RS นั้น เรามีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Interest Bearing Debt-to-Equity Ratio) เพียง 0.68 เท่า ณ ไตรมาส 1/2020 และยังไม่มีการออกหุ้นกู้เอกชนสู่ตลาด ทำให้ RS มีความเสี่ยงของการผิดนัดชำระหนี้ในระดับต่ำ และบริษัทฯ ยังคงมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง พร้อมที่จะรับมือกับสถานการณ์ปัจจุบันและรองรับการเติบโตของบริษัทฯ

ที่มา : สนใจศึกษาเพิ่มเติมเรื่องบอนด์ได้ที่

Information Request

Contact us