Investor Relations

Driven by Passion

SET Symbol RS
Last Done 18.40 THB
Change +0.30
% Change 1.66%
Volume 4,690,900
Day's Range 18.20 - 18.60
52 Weeks' Range 8.40 - 20.40
Updated 25 Sep 2020 16:39

IR Sharing

“RS go Green … Green Packaging ตัวช่วยสำคัญในห่วงโซ่อุปทาน ท่ามกลางสถานการณ์การช้อปปิ้งแบบ New Normal”

จากสถานการณ์ขยะมูลฝอย ณ สิ้นปี 2562 ที่เกิดขึ้นประมาณ 28.7 ล้านตัน (เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ร้อยละ 3) โดยขยะมูลฝอยจะถูกคัดแยก ณ ต้นทาง และนำกลับไปใช้ประโยชน์ผ่านกิจกรรมต่างๆ จำนวน 12.6 ล้านตัน (ร้อยละ 44) ส่วนใหญ่เป็นขยะรีไซเคิลและทำปุ๋ยอินทรีย์ และกำจัดอย่างถูกต้อง 10.3 ล้านตัน (ร้อยละ 36) โดยปริมาณขยะมูลฝอยที่ถูกจัดการดังกล่าว มีสัดส่วนที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นจากปี 2561 ร้อยละ 11 สาเหตุที่ทำให้ปริมาณขยะมูลฝอยเพิ่มขึ้นมาจากการขยายตัวของชุมชนเมือง การเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรแฝงจากแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย การส่งเสริมการท่องเที่ยว และพฤติกรรมการบริโภคของประชาชนที่นิยมความสะดวกสบายมากขึ้น โดยเฉพาะการส่งสินค้าจากบริการสั่งซื้อออนไลน์สินค้าและบริการสั่งอาหาร*

ซึ่งการเพิ่มขึ้นของปริมาณขยะในช่วงของสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 นี้ สอดคล้องกับการที่สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยข้อมูลภาพรวมและแนวโน้มอุตสาหกรรมดิจิทัลที่สำคัญในปี 2563 โดยพบว่ากลุ่มธุรกิจดิจิทัลที่มาแรง ได้แก่ ธุรกิจ E-commerce ที่มีการเติบโตสูง คิดเป็นมูลค่า 748,000 ล้านบาท นับว่าเป็นอันดับ 1 ของมูลค่าธุรกิจ E-commerce ในภูมิภาคอาเซียน โดยมีการประมาณอัตราการเติบโตเฉลี่ยของตลาดอยู่ที่ 20-30% ซึ่งใน 2560 - 2562 ที่ผ่านมา กลุ่มธุรกิจที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญคือ 1. ธุรกิจห้างสรรพสินค้า 2. ธุรกิจด้านผลิตภัณฑ์อาหาร 3. ธุรกิจด้านเครื่องสำอางและอาหารเสริม ซึ่งเป็นผลมาจากการก้าวเข้ามาของเทคโนโลยีด้าน Online Delivery Service**

และเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ RS Group ผลักดันโมเดิลทางธุรกิจแนวใหม่ที่ผสมผสานระหว่าง Entertainment และ Commerce เกิดเป็นแนวคิดใหม่อย่าง Entertainmerce ได้อย่างลงตัว เพื่อส่งมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งสินค้าออนไลน์อย่างสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ ที่มี พร้อมเดินหน้าแนวคิด “RS go Green” อย่างเต็มตัว โดยการให้ความสำคัญกับห่วงโซ่อุปทานเป็นอันดับแรก ด้วยการปรับเปลี่ยนรูปแบบของกล่องบรรจุภัณฑ์ จากกล่องลูกฟูกธรรมดา มาเป็นแบบ Green Carton ซึ่งเป็นการผลิตด้วยนวัตกรรม “G Technology” หรือเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมที่คิดค้นโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ ทำให้บรรจุภัณฑ์ลูกฟูก Green Carton นี้ช่วยลดการใช้ทรัพยากรในการผลิตลดลงไม่น้อยกว่า 25 กรัมต่อตารางเมตร โดยยังคงความสามารถในการรับน้ำหนักเรียงซ้อนและปกป้องสินค้าได้ดีขึ้น 4-25% เมื่อเทียบกับบรรจุภัณฑ์ทั่วไป นอกจากนี้ยังได้รับการรับรอง Eco Value และ ISO 14021 ซึ่งมีการกำหนดฉลากสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการคำนึงถึงความต้องการของผู้มีส่วนได้เสีย และผลกระทบที่เกิดขึ้นตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ทั้งการออกแบบ ลดการใช้วัตถุดิบ การลดใช้พลังงาน ลดการใช้น้ำในการผลิต การใช้วัสดุและพลังงานหมุนเวียน การนำกลับมาใช้ใหม่ การลดของเสีย และการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อแสดงถึงการเป็นบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง*** และยังถือเป็นการลดต้นทุนด้านบรรจุภัณฑ์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนการผลิตให้กับ RS Group ได้อีกทางหนึ่งด้วย

“RS go Green จึงไม่ใช่แค่การทำตามกระแส แต่เป็นความจริงจัง จริงใจ ที่จะมุ่งดำเนินธุรกิจต่อไปให้เติบโตอย่างยั่งยืน”

ที่มา : *GNEWS กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม // **สยามรัฐ แนวโน้มอุตสาหกรรมดิจิทัลไทย ปี 63 // ***SCG Green Packaging

 

Information Request

Contact us