Investor Relations

Driven by Passion

Outstanding Investor Relations Awards 2017 & 2020

SET Symbol RS
Last Done 20.10 THB
Change -1.10
% Change -5.19%
Volume 15,077,400
Day's Range 19.80 - 21.50
52 Weeks' Range 16.80 - 30.00
Updated 03 Dec 2021 17:25

IR Sharing

LIFESTYLE: ฟาสต์แฟชั่น ความสวยงามที่มาไว ไปไว พร้อมทำลายโลก

"เสื้อตัวนี้เห็นใส่บ่อยจัง" "ไม่มีเสื้อผ้าจะใส่แล้ว" และ "ของมันต้องมี" ประโยคยอดฮิตจากสังคมบริโภคนิยมในยุคนี้ที่ได้ยินบ่อยๆ จึงทำให้เรามีความคิดที่อยากจะเปลี่ยนหรือซื้อเสื้อผ้าใหม่อยู่เรื่อยๆ

และโลกที่ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แฟชั่นก็เป็นเรื่องต้องรวดเร็วตามเช่นกัน ในแต่ละปีมีการผลิตเสื้อผ้าราวๆ 150,000 ล้านชิ้น ซึ่งตัวเลขนี้ก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี

เมื่อความต้องการเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงทำให้การผลิตจำเป็นต้องใช้ความรวดเร็วและได้จำนวนที่มาก (mass product) ตามไปด้วย แน่นอนว่าการจะทำทั้งสองสิ่งให้เกิดขึ้นได้ จำเป็นต้องกดต้นทุนให้ต่ำลง ทั้งคุณภาพของวัสดุและแรงงาน นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้หลายคนต่อต้านฟาสต์แฟชั่น เนื่องจากถูกมองว่าเป็นสินค้าที่ไร้คุณภาพ เน้นใส่ไม่กี่ครั้งก็ทิ้งไป

นอกจากนี้ยังใช้เวลาในการออกแบบเพียงแค่สั้นๆ หรือถอดแบบมาจากเสื้อผ้าที่กำลังเป็นเทรนด์ในขณะนั้น ทำให้เพียงไม่กี่วัน คนทั่วไปก็สามารถเป็นเจ้าของแบรนด์หรูหราในราคาที่ถูกได้ และการออกคอลเลกชั่นใหม่ๆ อยู่ประจำ ก็ทำให้คนอยากซื้อใหม่เรื่อยๆ เพื่อตามเทรนด์ให้ทัน

พฤติกรรมที่สอดคล้องกับการเกิดปรากฏการณ์นี้ มีการวิจัยล่าสุดของ YouGov Omnibus เผยให้เห็นถึงปริมาณขยะในประเทศไทย ซึ่งผู้ใหญ่ 8 ใน 10 คน หรือ 77% ทิ้งเสื้อผ้าไปบางส่วนในปีที่แล้ว และ 4 ใน 10 หรือ 40% ทิ้งเสื้อผ้ามากกว่าสิบรายการในปีที่ผ่านมา และ 25% ได้ทิ้งเสื้อผ้าอย่างน้อยสามชิ้นที่พวกเขาสวมใส่เพียงครั้งเดียว

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เสื้อผ้าที่เราสวมใส่ ในวันที่ไม่ได้อยู่กับเราแล้ว มันจะกลายเป็นขยะที่สร้างมลพิษต่อโลกอย่างยาวนาน ด้วยเส้นใยสังเคราะห์ซึ่งมีส่วนผสมของเม็ดพลาสติก เมื่อทิ้งแล้วอาจกลายเป็นขยะที่ต้องใช้เวลาย่อยสลายนับร้อยๆ ปี การเพิ่มขึ้นของมลพิษทางอากาศจากโรงงานผลิต รวมถึงปริมาณสารเคมีซึ่งเป็นส่วนผสมอยู่ในเนื้อผ้ากลับตกไปอยู่ในหลุมฝังกลบและหลุดไปปนเปื้อนน้ำใต้ดิน

สินค้าในกลุ่มฟาสต์แฟชั่น (Fast Fashion) ที่เน้นการผลิตเสื้อผ้าทันสมัย แต่คุณภาพต่ำ เพื่อให้คนซื้อไปใช้แล้วทิ้งหรือเปลี่ยนใหม่ตลอดเวลานั้นก็อยู่ห่างไกลจากคำว่า "ยั่งยืน" เพื่อสลัดให้หลุดพ้นจากการเป็นผู้ร้าย อีกทั้งก็มีคนในอุตสาหกรรมแฟชั่นจำนวนไม่น้อยที่ต้องการผูกมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความยั่งยืน จึงก่อเกิดเป็นกระแส Eco Fashion หรือ Sustainable Fashion และมีผลผลิตที่เป็นรูปธรรมออกมาหลากหลาย

"เป็นเรื่องดีที่เราเริ่มสนใจเรื่องการผลิตที่ยั่งยืนมากขึ้น แต่ถ้าสุดท้ายเรายังคงผลิตอยู่เรื่อยๆ โดยไม่มีที่สิ้นสุดและไม่นำกลับมาใช้ซ้ำหรือรีไซเคิล ก็ถือว่าเราไม่ได้ทำประโยชน์กับโลกเท่าไหร่"

ดังนั้นเราควรเลือกซื้อเสื้อผ้าเท่าที่จำเป็น และรู้จักการประยุกต์ มิกซ์แอนด์แมตช์เสื้อผ้า ศึกษาแฟชั่นแบบผสมผสาน เพื่อลดการซื้อเสื้อผ้าใหม่ ประหยัดทั้งเงิน ทั้งช่วยโลกได้อีก

ที่มา : www.greennews.agency www.maboktor.com/fast-fashion/ www.thematter.co/social/fast-fashion-industry

Information Request

Contact us