Investor Relations

Driven by Passion

Outstanding Investor Relations Awards 2017 & 2020

SET Symbol RS
Last Done 24.50 THB
Change -
% Change -%
Volume 17,391,500
Day's Range 24.00 - 24.60
52 Weeks' Range 10.80 - 30.00
Updated 18 May 2021 16:35

IR Sharing

“เมื่อ WFH อาจกลับมาฮิต..ก็ถึงเวลาเติมเต็มชีวิตด้วยสีเขียวอีกครั้ง”

“Work from Home” (WFH) คำฮิตติดหูที่ได้ยินบ่อยเหลือเกินในช่วงนี้ เดี๋ยวมาเดี๋ยวไป พนักงานสลับวันเวลาในการเข้าทำงานกันยุ่งเหยิง ต้องคอยติดตามข่าวสารประกาศอย่างเป็นทางการกันอย่างใกล้ชิด เพื่อเลี่ยงความหนาแน่นและเพิ่มระยะห่างระหว่างกันในออฟฟิศ ช่วยลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดจากเชื้อ Covid-19 ได้อีกทางหนึ่ง

เมื่อคนต้องอยู่บ้านมากขึ้น ก็เกิดกิจกรรมใหม่ๆ เช่น ทำอาหาร ออกกำลังกาย เต้น tik tok สาเหตุที่เกิดกิจกรรมใหม่เหล่าๆ นี้ มีหลายประการ ทั้งเวลาที่ว่างมากขึ้น ออกไปนอกบ้านหรือทำกิจกรรมนอกบ้านลดลง ทำตามเพื่อนในโซเชียลมีเดีย ตลอดจนความเครียดที่เกิดขึ้นจากการไม่ได้ไปไหนและต้องอยู่แต่บ้านมากเกินไป

ความนิยมในกิจกรรมประเภทหนึ่งของคนอยู่บ้านช่วงนี้คือ การปลูกต้นไม้ สำหรับคนมีบ้าน มีพื้นที่กว้างหน่อย หรือมีสวนอยู่แล้ว การปลูกต้นไม้อาจเป็นเรื่องปกติ แต่ปัจจุบันกระแสการปลูกต้นไม้ขยายไปสู่คนรุ่นใหม่ที่พักอาศัยในคอนโดมิเนียมขนาดเล็ก ที่หันมาปลูกต้นไม้กันมากขึ้น

สอดคล้องกับสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ที่สำรวจกิจกรรมที่ประชาชนนิยมทำช่วงอยู่บ้านจากการระบาดของ COVID-19 โดยสำรวจทางออนไลน์ในกลุ่มตัวอย่าง 1,242 คน ระหว่างวันที่ 5-8 พ.ค. 2563 พบการปลูกต้นไม้เป็นกิจกรรมนิยมอันดับต้นๆ โดยมีผู้นิยมสูงถึง 62.98%

ประโยชน์ที่คนมักแชร์กัน คือ เพิ่มพื้นที่สีเขียว ลดความเครียด ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดีต่อสิ่งแวดล้อมในบ้าน ช่วยกรองอากาศให้สะอาด บางต้นไม้ยังได้ชื่อว่าเป็นไม้มงคลด้วย

ข้อดีต่อสุขภาพ นอกจากเรื่องดูดสารพิษ งานวิจัยหลายชิ้นยังสนับสนุนว่า การปลูกต้นไม้ช่วยคลายเครียด ช่วยให้สุขภาพจิต และสุขภาพกายดีขึ้น เช่น สีเขียวของต้นไม้ช่วยให้สุขภาพจิตดี มีงานวิจัยบางชิ้นเปรียบเทียบการทำงานระหว่างในห้องที่มีต้นไม้กับไม่มีต้นไม้ พบว่าในห้องที่มีต้นไม้ พนักงานทำงานมีประสิทธิภาพมากกว่าถึง 15% เครียดน้อยกว่า และมีความดันโลหิตต่ำกว่าด้วย

งานวิจัยของนาซ่าพบว่า การปลูกต้นไม้ในบ้านช่วยลดอากาศพิษได้ถึง 87% ในหนึ่งวัน ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีต้นไม้พอสมควรเมื่อเทียบกับขนาดห้อง

ต้นไม้ในบ้านยังช่วยให้อากาศสดชื่น มีความชุ่มชื้น งานวิจัยพบว่า พืชส่วนใหญ่คายน้ำออกมาถึง 97% ของปริมาณน้ำที่มันรับเข้าไป

  1. ไทรใบสัก - ต้นไม้ทรงสูงใบใหญ่ แต่เลี้ยงยากมาก (ก.ไก่ สิบตัว) เป็นต้นปราบเซียนของทุกคน เพราะมันไม่ชอบแดด ไม่ชอบร่ม ไม่ชอบแอร์ ไม่ชอบน้ำแฉะ เซนซิทีฟกับอุณหภูมิ เอะอะอะไรก็จะทิ้งใบทันที
  2. ยางอินเดีย - จุดเด่นอยู่ที่ใบสีเขียวเข้มออกดำ ตัดกับกาบหุ้มที่เป็นสีชมพูอมแดง เลี้ยงในที่ร่มได้ วางตรงไหนก็สวย เลี้ยงดูไม่ยาก
  3. มอนสเตอร่า - ต้นไม้ขวัญใจสายฮิป เพราะลักษณะของใบขนาดใหญ่สีเขียวเข้มที่แตกออกเป็นแฉกและมีรู กลายเป็นต้นไม้ขวัญใจช่างภาพ ชอบอยู่ในร่มที่มีแสงส่องถึง
  4. กวักมรกต - มือใหม่ที่ไม่ค่อยมีเวลาเอาใจใส่ ขอให้เริ่มต้นด้วยเจ้านี่ เพราะเป็นไม้ที่ตายยากมาก รดน้ำแค่สัปดาห์ละหนสองหน วางในห้องนอนที่ไม่มีแสงส่องถึงก็ยังรอด
  5. ลิ้นมังกร - หน้าตาอาจจะไม่สวยเก๋เหมือนอีกสี่ต้น (ถ้าหากระถางเท่ๆ ใส่ก็ดูดีนะ) แต่จัดเป็นไม้ที่อึดและทนมาก ไม่มีแสงแดดก็อยู่ได้ รดน้ำสัปดาห์ละหน ฟอกอากาศในห้องนอนได้ดี เพราะจะปล่อยออกซิเจนในตอนกลางคืน

ต้นไม้เป็นตัวช่วยในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ดีที่สุด โดยต้นไม้นั้นจะดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากบรรยากาศ ด้วยกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง (photosynthesis) และจะนำมาสะสมไว้ในทุกส่วนไม่ว่าเป็นเป็นใบ กิ่ง ลำต้น และรากใต้ดิน (มวลชีวภาพ) ทำให้ก๊าซคาร์บอนฯ ถูกตรึงอยู่ในต้นไม้จนกว่าจะมีการตัดต้นไม้ออกไปจากพื้นที่ "ต้นไม้หนึ่งต้นสามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 9-15 กิโลกรัม/ปี และสามารถผลิตออกซิเจนได้เพียงพอสำหรับ 2 คน/ปี รวมทั้งยังช่วยลดอุณหภูมิรอบบ้านได้ 2-4 องศา"

RS กับโครงการ “Paper Merci แยก แลก รักษ์” เป็นโครงการที่ทำร่วมกับคู่ค้าอย่าง SCG ซึ่งส่งเสริมการคัดแยกกระดาษจากต้นทาง เพื่อให้ผู้ก่อกำเนิดเศษกระดาษเล็งเห็นถึงคุณค่าของทรัพยากรที่ใช้แล้ว โดยการนำกระดาษมาคัดแยกออกจากขยะอื่นๆ เพื่อเพิ่มอัตราและคุณภาพการรีไซเคิลเศษกระดาษของประเทศให้สูงขึ้น

ซึ่งตั้งแต่เริ่มโครงการเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2563 – มีนาคม 2564 RS สามารถนำกระดาษเก่าเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้ทั้งสิ้น 3,230 กิโลกรัม ช่วยลดการตัดต้นไม้ได้ถึง 55 ต้น และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 2,196 กิโลกรัม

ไม่ว่าจากนี้ โควิดจะอยู่กับเรานานแค่ไหน จะได้ใช้ชีวิตปกติ หรือจะต้อง WFH อยู่บ้าน เราทุกคนต่างก็สามารถช่วยเพิ่มการปล่อยก๊าซออกซิเจน และลดการปล่อยก๊าซก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ควบคู่กันไปได้อย่างไม่ยากเย็น และถือว่าได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการลดโลกร้อนได้อย่างแท้จริง

ที่มา : https://www.marketingoops.com/reports/plants-work-from-home/
https://www.gqthailand.com/gq-hype/article/gq-hype-vol-19
https://www.royalparkrajapruek.org/Knowledge/view/127

Information Request

Contact us